วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

นวัตกรรมที่ 3



ระบบขับเคลื่อนอันโนมัติของ Tesla



          นอกจากระบบการขับขี่อัตโนมัติที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบแล้ว จากการที่ Tesla ได้ออกซอฟแวร์ใหม่ในปีนี้ ทำให้ระบบการขับขี่อัตโนมัติเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากขึ้นไปอีก ความเจ๋งของเจ้ารถคันที่ว่านี้นอกจากการจอดรถด้วยตัวเอง เรียกรถมารับเราได้ถึงที่ หรือแม้แต่การเปลี่ยนเลนส์แบบปลอดภัยแล้ว ยังเพิ่มเรื่องของการเตือนการชนด้านข้างของรถเข้าไปด้วย ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความปลอดภัยและความสะดวกในการอัพเดทเวอร์ชั่นของซอฟแวร์ควบคุมด้วยการแจ้งเตือนเหมือนในโทรศัพท์มือถือซะอีกด้วย
           จากความล้ำหน้าของรถยนต์แห่งอนาคตที่เล่าให้ฟังนั้น นอกจากช่วยให้เรากล้าที่จะคิดอะไรใหม่ๆ หรือแม้แต่กล้าที่จะสร้างนวัตกรรมแล้ว เรายังมองเผื่ออนาคตในเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่ได้ด้วย เช่น ถ้าจะเริ่มจากการขับขี่แบบกึ่งอัตโนมัติซึ่งก็คือ รถยนต์จะควบคุมตัวเองในช่วงที่รถติด หรือช่วยเราในขณะจอดรถแล้วล่ะก็เรายังคงต้องประคองพวงมาลัยไว้ก่อน เพราะงั้นการทำประกันรถยนต์ก็ต้องคลอบคลุมในช่วงที่ว่านี้ด้วย และเมื่อเราเข้าสู่การขับขี่แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบการประกันรถก็น่าจะมีเบี้ยที่ถูกลงมากเพราะอัตราการเกิดอุบัติเหตุก็น่าจะลดลงด้วยเช่นกัน

วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

นวัตกรรม 1





Garmin’s reality display

         เเว่นอัจฉริยะที่ออกเเบบมาเพื่อนักปั่น Varia Vision in-sight display เรียกสั้นๆ ว่า Varia Vision เป็นอุปกรณ์ที่ออกเเบบมาเพื่อตอบสนองความปลอดภัย (Safety) ให้กับนักปั่น เป็นหลัก เเต่ในขณะเดียวกันก็สามารถป้อนข้อมูลสถิติการปั่นของคุณเเบบ real time ได้เช่นกัน
         การรักษาวิสัยทัศน์โดยการโฟกัสมองตรงไปข้างหน้า เป็นหนึ่งวิธีการรักษาความปลอดภัยขณะปั่นจักรยาน เเต่การเหลียวไปมองข้างหลังเป็นครั้งคร่าว หรือการก้มมองเจ้า Bike computer ทำให้เราละสายตาจากด้านหน้าไปชั่วขณะ สร้างสภาพเเวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย ยิ่งใช้เวลาในการก้มมองหรือเหลียวหลังมองนานเท่าไหร อันตรายยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
         เพื่อให้นักปั่นสามารถรักษวิสัยทัศน์ มองตรงไปข้างหน้าได้ตลอดเวลา Garmin จึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ Varia Vision ออกมา ลักษณะรูปลักษณ์ดูๆ ไปทำให้นึกถึง Google Glass ต่างกันที่ เจ้า Varia Vision เป็นอุปกรณ์ที่สามารถพกพา ถอดใส่กับเเว่นตาอื่นๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับเเว่นตาใดๆ ไปตลอด

นวัตกรรม 2

       


Tango phone

บริษัทผลิตฮาร์ดแวร์เลอโนโว ผลิตโทรศัพท์โดยใช้ซอฟแวร์จากกูเกิ้ล ตัวโปรเจ็คยังไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่ขาดว่าราคาเปิดตัวที่ต่ำกว่า 15,000 บาท และมีดีไซน์ให้เลือกถึง 5 แบบ จะทำให้วงการสมาร์ทโฟนต้องหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน




นับเป็นเวลาหลายปีในการทำ แทงโกซึ่งเป็นเทคโนโลยีการตรวจวัดเชิงลึกของ Google พร้อมที่จะเปิดตัวสู่ผู้บริโภคแล้ว นั่นเป็นเพราะวันนี้เป็นช่วงที่โทรศัพท์ Tango ตัวแรกของ Lenovo Phab2 Pro เปิดขายในราคา 499 เหรียญ เมื่อต้องการติดตามการเปิดตัว Phab2 Pro Google จะประกาศแอพพลิเคชัน Tango ใหม่กว่า 35 รายการซึ่งทั้งหมดจะพร้อมใช้งานใน Play สโตร์วันนี้ นักพัฒนาแอปบางส่วนและเจาะลึกในอนาคตของ Tango และนั่นรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Tango กับ Daydream อีกโครงการหนึ่งที่รู้จักกันดีของ Google

Tango เริ่มต้นชีวิตในรูปแบบโครงการภายในแผนกเทคโนโลยีและโครงการขั้นสูงของ Google หรือ ATAP ความคิดคือการรวมอาร์เรย์ของเซ็นเซอร์และกล้องเข้ากับอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อให้สามารถหาตำแหน่งเทียบกับสภาพแวดล้อมได้ เราได้เห็นแล้วว่าการแม็ป 3D ของแทงโก้สามารถนำมาใช้เพื่อให้คำแนะนำในพิพิธภัณฑ์ช่วยในโครงการปรับปรุงบ้านและสร้างโลกการ์ตูนได้อย่างไร

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560

สรุปงาน


สรุปการนำเสนอ

6 W และ 1H เทคนิค 7 ประการสำหรับการวิเคราะห์ลูกค้า
    6W1H คือ เครื่องมือสำหรับกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการตลาด ประกอบไปด้วย
1. Who - ใครคือลูกค้าของคุณ
2. What - อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
3. Where - ลูกค้าคุณอยู่ที่ไหน?
4. When - สินค้าของคุณจะถูกใช้งานเมื่อไหร่
5. Why -ทำไมเขาต้องซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ?
6. Whom -ใครบ้างที่มีอิทธิพลในการซื้อ? สินค้าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง?

7. How -เขาจะใช้สินค้าหรือบริการของคุณอย่างไรA
        เทคนิค 7 ประการสำหรับการวิเคราะห์ลูกค้าก็จะสามารถทำให้คุณ ๆ ขายสินค้าได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินค้า SME หรือ กลุ่มสินค้าธุรกิจใหญ่ ๆ ก็จะมีวิธีการหรือเทคนิคในการวิเคราะห์ลูกค้าไม่ต่างกันเลยเพียงแต่ต้องมองให้ออกว่า 6W และ 1H มีอะไรกันบ้างเท่านั้นเอง

กลยุทธ์การตลาด 8P
กลยุทธ์การตลาด 8P  ที่ได้กล่าวมานี้เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่
นักธุรกิจส่วนใหญ่ นำไปใช้เป็นบรรทัดฐานในการทำการตลาด โดยอาจแตกต่างตรงที่บางบริษัทประสบความสำเร็จ แต่บางบริษัทกลับล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะบริษัทที่ล้มเหลวไม่อาจสร้างองค์ประกอบทางกลยุทธ์ 8P ได้ครบตามวงจร ดังนั้นผู้ประกอบการที่สนใจจะใช้กลยุทธ์ 8P นี้ทำการตลาดให้ได้ผล ต้องเอาใจใส่ทุกรายละเอียดของกลยุทธ์แต่ละข้อ เพื่อสร้างสรรค์ตัว P ทั้งแปดให้เกิดขึ้นมาให้ได้


การสร้างพันธมิตร
- เพื่อขยายตลาดและเพิ่มฐานลูกค้า 
- เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน
 - เพื่อสร้างน้ำหนักในการต่อรอง
- เพื่อตามคู่แข่งให้ทัน
- เลือกสรรเพื่อนร่วมธุรกิจ ผู้ที่คิดจะรวมกลุ่มพันธมิตรจำเป็นต้องศึกษากันและกัน
 - วิเคราะห์และประเมินความเหมาะสมในการรวมกลุ่มธุรกิจ
 - รับฟังความคิดเห็นและความเห็นชอบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- กำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์แผนธุรกิจให้เหมาะสมและเสมอภาคระหว่างพันธมิตรด้วยกันเอง
- สัญญาที่เป็นผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อให้พันธมิตรปฎิบัติตาม
         พันธมิตรทางธุรกิจ (Business Alliance) 
ข้อตกลงระหว่างธุรกิจ โดยปกติจะทำเพื่อการลดต้นทุน และการปรับปรุงบริการให้ดีขึ้นสำหรับลูกค้า ความร่วมมือมักจะอยู่ในรูปของข้อตกลงแบบเดี่ยว (Single agreement) ที่มีการแบ่งปันทั้งโอกาสและความเสี่ยงเท่าๆ กันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งที่เหมือนและแตกต่างกันไป
         พันธมิตรทางธุรกิจแบงได้ 3 ประเภท
- พันธมิตรแบบเซ็นสัญญา (Contractual Agreement)
- พันธมิตรแบบเข้ามาถือหุ้นระหว่างกัน (Minority Equity Agreement)
- พันธมิตรแบบธุรกิจร่วมทุน (Joint Venture)

1. พันธมิตร (Alliances) เป็นความร่วมมือในรูปแบบของพันธมิตรระหว่าง 2 บริษัท โดยทั้งสอง
บริษัทยังคงเป็นอิสระต่อกัน โดยความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทขึ้นอยู่กับขอบเขตความร่วมมือในการ
ดำเนินธุรกิจร่วมกัน

2. การลงทุนร่วมกัน (Joint Ventures) รูปแบบของความร่วมมือประเภทนี้จะมีการตั้งองค์กา
ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของหุ้นส่วน

3. เครือข่าย (Networks) เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ในการดำเนินธุรกิจที่มีความร่วมมือหลาย
บริษัทในเรื่องของเทคโนโลยีในการดำเนินงานและระบบสารสนเทศ โดยรูปแบบความสัมพันธ์ดังกล่าว
ทำให้เกิดการแบ่งกันการใช้ทรัพยากรในการดำเนินงานร่วมกัน


การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร

                     คือ การกระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภค ไม่ใช่สร้างแค่การรับรู้ การจดจำหรือการยอมรับเท่านั้นดังนั้น IMC จึงเป็นกระบวนการสื่อสารเพื่อจูงใจในระยะยาวและต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องมือหลายรูปแบบ เช่น โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ตลาดตรง การส่งเสริมการขาย การจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า การตลาดเน้นกิจกรรม Call Center และอีเมล์ ฯลฯ เพื่อให้เกิดพฤติกรรมที่ต้องการโดยวางแผนภายใต้ แนวความคิดเดียว แต่ใช้เครื่องมือสื่อสารการตลาดที่หลากหลายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งเป้าหมายไว้

Outsource
                   คือการที่องค์กรมอบหมายงานบางส่วนของตนให้กับบุคคลหรือองค์กรภายนอกมาดำเนินการแทนโดยผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กำหนดและควบคุมกำกับทุกส่วนตั้งแต่นโยบายไปจนถึงการปฏิบัติงานในทุกๆขั้นตอนของผู้รับจ้าง การไปทำสัญญาต่อสำหรับกระบวนการทำงาน เช่น การออกสินค้า หรือการผลิตสินค้า เป็นต้น กับกิจการอื่น ซึ่งการตัดสินใจที่จะมอบหมายภารกิจขององค์กรให้ผู้อื่นดำเนินการแทนจะเกิด ขึ้น เมื่อองค์กรธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไม่พร้อมที่จะใช้ทรัพยากรภายในที่มีอยู่ทำงานนั้นด้วยตนเอง การจ้างให้คนอื่นทำงานแทนมักจะมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่
1.เพื่อประหยัดต้นทุน
2. ช่วยให้องค์กรสามารถเน้นกิจกรรมไปยังธุรกิจหลัก
 3. สร้างองค์ความรู้ให้แก่องค์กรมากขึ้น
4. การปฏิบัติตามสัญญาอย่างเคร่งครัด
5. ได้รับบริการจากผู้ที่มีความชำนาญในการดำเนินงาน
6. ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ
7. เป็นตัวกระตุ้นสำหรับการเปลี่ยนแปลง

8. สามารถใช้ประโยชน์จากเวลาที่ต่างกัน

การประชาสัมพันธ์เชิงการตลาด
(MARKETING PUBLIC RELATIONS : MPR)

        การประชาสัมพันธ์เชิงการตลาด หรือเอ็มพีอาร์ หมายถึง ขั้นตอนการวางแผนการปฏิบัติดำเนินงานและการประเมินผลในกระบวนการกระตุ้นให้เกิดการซื้อและความพึงพอใจโดยอาศัยการให้ข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือ ผ่านรูปแบบการนำเสนอเกี่ยวกับสินค้าและองค์กร เพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและต้องการซื้อสินค้าในที่สุด นักกลยุทธ์ไอเอ็มซีบางท่านก็เรียกเอ็มพีอาร์ว่า การเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับตราสินค้า (Brand Publicity) ซึ่งจะเห็นได้ว่าทิศทางของการทำประชาสัมพันธ์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะเป็นการทำประชาสัมพันธ์องค์กร (Corporate Public Relations : CPR) ที่เน้นความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานกับกลุ่มเป้าหมายแต่ในปัจจุบันนักกลยุทธ์ไอเอ็มซีหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นกับการประชาสัมพันธ์เชิงการตลาด (Marketing Public Relations : MPR) ซึ่งเป็นการนำความสัมพันธ์ระหว่างการตลาดกับการประชาสัมพันธ์มาผสมผสานกัน







วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560

RMUBi




ความเป็นมา
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เป็นสภาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภาคอีสาน ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตมายาวนานประมาณ 70 ปี มีบัณฑิตที่ผลิตออไปครอบคลุมอยู่ทุกพื่นที่ของภาคอีสาน บุคลากรเหล่านั้นเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพได้รับการยอมรับกันเป็นที่ประจักษ์ทั่วไป  จึงเสนอโครงการจัดตั้งหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (Rajabhat Maha Sarakham University Business Incubator:RMUBI) เพื่อรองรับนโยบายการจัดตั้งหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ)
          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีควบคุมคู่กับความรู้ด้านธุรกิจในหลากหลายกิจกรรมที่สอดคล้องกับสหสาขาวิชาที่เปิดสอนภายในหลากหลายกิจกรรมที่สอดคล้องกับสหสาขาวิชาที่เปิดสอนภายในมหาวิืทยาลัยฯ และอาศัยรากฐานความแข้มแข็งบของผลงานวิจัยและบริการวิชาการที่มีอยู่มาช่วยพัฒนาภาคการผลิตและชุมชนให้มีความเข้มแข็งขึ้นโดยการใช่พื้นที่และเวลาร่วมกันในการทำงาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการจัดตั้งบริษัทใหม่ความคู่กับการสนับยสนุนในด้านปัจจัยเชิงธุรกิจต่างๆ ที่สามารถเร่งอัตราเร็วของการเจริญเติบโตของบริษัทจนพร้อมที่จะดำเนินกิจได้ด้วยตนเอง

   วิสัยทัศน์
หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามเป็นศูนย์กลางการส่งเสริม ถ่ายทอดงานวิจัยควบคู่กับความรู้ด้านธุรกิจ เพื่อการนำไปสู่การเสริมสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่และเป็นที่พึ่งของชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
         1. สนับสนุนและพัฒนาให้เกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่
         2. สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ด้านวิสาหกิจชุมชนสำหรับนักศึกษา บัณฑิตใหม่ เป็นต้น
         3. ให้คำปรึกษา อำนวยความสะดวก และบริการแก่ผู้ประกอบการ

หลักการและเหตุผล
หน้าที่หนึ่งที่สำคัณของหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม คือการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ธุรกิจในนามชมรมพัฒนานักศึกษาเป็นผู้ประกอบการ (Stuedent Entrepreneurs Club : SEC )
โดยรูปแบบของ SEC จะมีการกำหนดประเด็นหลักของการจัดกิจกรรมเป็น 4 ประเด็นดังนี้
1. พัฒนา SEC ให้มีความเข้มแข็งมั่นคง
    -จัดโครงสร้างการบริหาร ข้อบังคับและระเบียบของชมรมพัฒนานักศึกษาเป็นผู้ประกอบการ ให้เอื้อต่อ การดำเนินงานของ SEC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    -ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกให้ครอบคลุมทุกสาขาวิชา
    -เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของ SEC ต่อเนื่อง
2. ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของสมาชิก SEC ให้เป็นผู้นำและมีความรู้ทางธุรกิจ
    -ส่งเสริมให้สมาชิก SEC ได้เข้าร่มฝึกอบรม เช่น การอบรมเขียนแผนธุรกิจ การขาย การตลาด และกิจกรรมอื่นๆ
    -ส่งเสริมให้สามชิกได้มีการถ่ายทอดความรูประสบการณ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันอย่างเหมาะสม 
    -จัดการศึกษาดูงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่สามารนำมาประยุคต์ใช้ในการทำธุรกิจได้
3. ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
    -ส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณ ในลักษณะให้ยืมคืนทุนโดยไม่คิดกำไร ในการดำเนินธธุรกิจของสมาชิก SEC ที่สนใจตลอดเวลาและต่อเนื่อง
    -เผยแพร่กิจกรรมหรือธุรกิจของสมาชิก SEC 
    -หางานหรือกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้กับสมาชิก SEC เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจและเห็นผลเป็นรูปธรรม
4. สร้างขวัญกำลังใจและสวัสดิการให้แก่สมาชิก SEC
    -ประกาศยกย่องสมาชิก SEC ที่มีผลงานคุณภาพให้เป็นที่ประจักษ์
    -ให้การช่วยเหลือสมาชิก  SEC ที่มีปัญหาทุกๆ ด้านเท่าที่สามารถทำได้และเหมาะสม
    -จัดพื้นที่สำหรับสมาชิก โดยมีห้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็น

ผู้รับการบริ้การเป้าหมาย
1.นักศึกษษ ที่สนใจและมีศักยภาพทางธุรกิจ
- นัศึกษาระดับปริญญาตรีตั้งแต่ปี 3 ขึ้นไป
- นักศึกษษระดับปริญญาโท
2.0 บัณฑิตและศิลย์เก่าที่สนใจและมีศักยภาพทางธุรกิจ
3.เจ้าของผลงสานวิจัย ผลงานวิชาการและผลงานสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ในแนวทางที่เหมาะสม
4.ชมรมผู้ประกอบการนักศึกษา
5. บุคลากรของมหาวิทยาลัยที่สนใจทางธุรกิจ
6.เอกชนภายนอกที่มีความร่าวมือทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลงานวิจัย ผลงานสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์และวยิชาการของมหาวิทยาลัย

ประเภทของผลิตภัณฑ์และบริกำารเป้าหมาย
    - อาหาร
    - ผลิตภัณฑ์สุขภาพ
    - ซอฟแวร์และอิเล็กทรอนิกส์
    - ยานยนต์
    -วิทยาศาสตร์เพื่อสังคม
    - ลองจิสติกส์

โครงสร้างองค์กร
                ชมรมพัฒนานักศึกษาเป็นผู้ประกอบการจัดตั้ง โดยการรับสมัครผู้แทนของคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จัดตั้งเป็นกลุ่มย่อยตามความถนัด ของนักศึกษา ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 178 คน และมีที่รึกษาประจำชมรมคือ  คณะทำงานของหน่วยบ่มเพราะวิสาหกิจมหาวิทยาลัยรัชภัฏมหาสารคาม

การสนับสนุนจากหน่วยบ่มเพาะ
ส่งเสริมสนับสนุนงลประมาณในลักษณะให้ยืมคืนทุนโดยไม่คิดกำไร ในการดำเนินธุรกิจของสมารชิก  SEC ทุนไม่เกิน 3,000 บาท (หรอตามความเหมาะสมแต่ไม่เกิน 10,000 บาท) โดยมีหลักเกณฑ์ในการกู้ยืมและคนทุนดังนี้
      1.นักศึกษานำเสนอโครงการที่จะจัดทำขึ้นาและนำส่งที่หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ
      2.คัดเลือก่านคณะกรรมการกลั่นกรองของ RMUBI เพ่อที่จะประเมินเบ้องต้นถึงแนวโน้มความเ็นไปได้ของธุรกิจ
      3. ผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องจัดทำแผนธุรกิจ เบ้องต้น ของตนเอง
      4. อนุมัติเงินกู้ยม
      5. เริ่มต้นทำกิจการ

สิทธิประโยชน์
      1.การบริการให้คำปรึกษาแนะนำในการเริ่มต้นธุรกิจ
      2.การบริการช่วยเหลือทางด้านวิชาการอบรม และ แผนธุรกิจเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้
      3.การศึกษาดูงานในธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
      4.สถานที่จำหน่ายสินค้า
      5.สถาที่ทำงานและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักศึกษาที่ต้องการพื้นที่สำหรับทำงานเอกสารต่างๆ RMUBI มีพื้นที่ และบริการสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานให้เช่น โทรศัพท์ โทรสาร เครื่องถ่ายเอกสารอินเตอร์เน็ต และห้องประชุม เป็นต้น




















ุ6W 1H


6W 1H 
6W1H คือ เครื่องมือสำหรับกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการตลาด ประกอบไปด้วย
1. Who - ใครคือลูกค้าของคุณ
2. What - อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
3. Where - ลูกค้าคุณอยู่ที่ไหน?
4. When - สินค้าของคุณจะถูกใช้งานเมื่อไหร่
5. Why -ทำไมเขาต้องซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ?
6. Whom –ใครบ้างที่มีอิทธิพลในการซื้อ? สินค้าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง?
7. How -เขาจะใช้สินค้าหรือบริการของคุณอย่างไร

           Who ?  ใครคือลูกค้าของเรา   ในการขายสินค้าหรือบริการลูกค้าในแต่ละกลุ่มธุรกิจ จะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ลูกค้าของธุรกิจคือใคร เพศหญิง หรือเพศชาย วัยรุ่น เด็ก หรือผู้ใหญ่ หรืออาจจะเป็นคนจนผู้มีรายได้น้อย  ซึ่งจะทำให้รูปแบบการผลิตสินค้าแตกต่างกันไปตามกลุ่มลูกค้า เช่น ถ้าสินค้าสำหรับเด็ก ตัวหีบห่อ หรือแม้แต่รูปแบบของผลิตภัณฑ์ อาจจะเป็นรูปตัวการ์ตูน  แต่ถ้าเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ ตัวสินค้าหรือหีบห่อ อาจจะเห็นให้ดูดี มีรูปแบบอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือ

          What ?  อะไรที่ลูกค้าของเราต้องการ  เช่น เมื่อลูกค้าเข้าไปในกาแฟ ต้องวิเคราะห์ว่าลูกค้าต้องการทานกาแฟ หรือต้องการมาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงใช้เวลาในการนั่งนาน ๆ นั่นแหละธุรกิจต้องวิเคราะห์ว่า กลุ่มลูกค้าของเราต้องการอะไรกันแน่ เราต้องตอบสนองลูกค้ากลุ่มใด ถ้าวิเคราะห์ได้ว่า กลุ่มลูกค้าของเราเป็นกลุ่มที่ต้องการมาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ธุรกิจควรจะเน้นการจัดบรรยากาศของร้านให้มีความสุนทรีย์ทางด้านอารมณ์

          When ? เมื่อไหร่ที่ลูกค้าซื้อสินค้า อาจจะเป็นต้นเดือน ปลายเดือน หรือศุกร์ เสาร์ อาทิตย์  ช่วงเช้า ช่วงเย็น หรือเทศกาลอะไร เช่น ในช่วงเย็น ๆ หรือวันเสาร์ วันอาทิตย์ ร้านกาแฟ อาจจะเป็นที่พบปะสังสรรค์สำหรับเพื่อนฝูง เพื่อต้องการบรรยากาศสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ ดังนั้นธุรกิจต้องเตรียมความพร้อมในการให้บริการแก่ลูกค้า ในด้านการให้บริการ การเตรียมวัตถุดิบในการผลิต หรือด้านผู้ให้บริการเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าของกิจการพบกับความผิดหวัง

         Why ?  ลูกค้าซื้อสินค้าของเราไปทำอะไร  หรือสิ่งใดคือเหตุผลที่สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ามาอุดหนุนสินค้าของเรา  ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่เวลาซื้อสินค้าประเภท แบรนด์ซุปไก่ มักจะซื้อไปฝากบุคคลที่เคารพรักเสมอ ๆ เพราะโดยส่วนตัวอาจจะยังไม่ตระหนักดีว่าจะต้องกิน แต่ถ้าซื้อไปเป็นของฝากออกจะดูแล้วมีระดับก็เป็นไปได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า มีสินค้าบางรายการออกมาโฆษณาว่าสำหรับคนที่คุณรัก

          Where ?  ลูกค้าของเราชอบเดินเข้าไปซื้อสินค้าในสถานที่แบบใด ซึ่งเราจะได้นำสินค้าของเราไปวางจำหน่าย ได้ถูกที่  ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันนี้ สินค้าเช่นผักสดนิยมใส่ถุงหรือหีบห่อที่สวยงาม ติดตรายี่ห้อ หรือจะเรียกให้ดูดีหน่อยก็คือ ติดแบรนด์นั่นเอง ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งก็จะเหมาะสำหรับลูกค้าที่ค่อนข้างมีรายได้ ซึ่งก็คุ้มค่าเพราะรับประกันได้เลยว่า แพงหน่อยแต่ก็สบายใจกว่ากันเยอะ

          Who participat ?  มีใครบ้างที่เกี่ยวข้องในการซื้อสินค้าแต่ละครั้งของลูกค้า  บางครั้งการตัดสินใจซื้อไม่ได้มีแค่ลูกค้าคนเดียว ดังนั้น การมุ่งตอบสนองเฉพาะคนจ่ายเงินอาจจะยังไม่ใช่คำตอบของธุรกิจ ตัวอย่างที่พบเห็นง่าย ๆ โดยทั่วไป โดยส่วนใหญ่สินค้าที่มีราคาแพง ๆ ภรรยาอาจจะไม่ใช่ผู้ตัดสินใจซื้อ เพราะคนที่คอยจ่ายเงินอาจจะเป็นตัวคุณสามีซะมากกว่า แต่การไปจับจ่ายเลือกอาจจะเป็นคุณภรรยา เช่น การเลือกซื้อรถยนต์สักคัน ภรรยาเลือก สามีจ่ายเงิน คนที่ได้ใช้รถ ก็จะเป็นไปได้คือใช้ได้ทั้งครอบครัวดังนั้นกลุ่มธุรกิจก็ควรจะหยิบยกการโฆษณาว่าเป็นรถสำหรับครอบครัว

          How ? ลูกค้าของเรามีการตัดสินใจซื้ออย่างไร  สินค้าที่ขายกันตามท้องตลาด ทำให้ลูกค้ามีการตัดสินใจซื้อต่างกัน เช่น ถ้าสินค้าที่มีราคาสูงหน่อย ลูกค้าก็อาจจะถามหาการให้เครดิตของร้านค้า ถ้าขายเป็นเงินสด ก็อาจจะปฏิเสธการซื้อก็เป็นไปได้ หรือถ้าลูกค้าที่ค่อนข้างชอบการลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์ไม่ลดราคาก็ไม่ซื้อ ทางร้านก็จะจัดเทศกาล การลดราคาให้ลูกค้าบ่อย ๆ หน่อย

เทคนิค 7 ประการสำหรับการวิเคราะห์ลูกค้าก็จะสามารถทำให้คุณ ๆ ขายสินค้าได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินค้า SME หรือ กลุ่มสินค้าธุรกิจใหญ่ ๆ ก็จะมีวิธีการหรือเทคนิคในการวิเคราะห์ลูกค้าไม่ต่างกันเลยเพียงแต่ต้องมองให้ออกว่า 6W และ 1H มีอะไรกันบ้างเท่านั้นเอง

ตัวอย่าง
 ร้านชาพะยอม บริหารร้านด้วย 6W 1H
1.Who ใครคือลูกค้าของเรา
      -นักศึกษา
      -ครู,อาจารย์
      -พนักงานบริษัท
      -ประชากรในจังหวัดมหาสารคาม
2.What อะไรที่ลูกค้าต้องการ
      -น้ำปั่น
      -ชา
      -กาแฟ
3.Where เมื่อไหร่ที่ลูกค้ามาซื้อสินค้า
      -ตอนเช้า
      -ตอนกลางวัน
      -ตอนเย็น
      -เวลาลูกค้าหิวน้ำ
4.When สินค้าจะถูกใช้งานเมื่อไหร
      -สินค้าจะถูกบริโภคทันที
5.Why ทำไมลูกค้าต้องซื้อสินค้าของเรา
      -สะดวกแก่การบริโภค
      -สะดวกในการซื้อสินค้า
      -ราคาถูกเป็นกันเอง
6.Whom ใครบ้างมีอิทธิพลในการซื้อ
      -เพื่อน
      -ผู้ปกครอง
      -คนรู้ใจ
7.How ลูกค้าตัดสินใจซื้ออย่างไร
      -ซื้อตามเพื่อนคนรอบข้าง
      -ผู้ปกครองให้มาซื้อเพราะความเคยชิน  

Coke
กลยุทธ์ที่ใช้ในปัจจุบัน
       1. "Coke" ได้ทำการวางน้ำอัดลมบริเวณด้านหน้าซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อดึงดูดลูกค้าและให้เทางซุเปอร์มาเก็ตบริหารการขนส่งสินค้าไปที่หน้าร้านรวมถึงปริมาณการเก็บสินค้า
       2. "Coke" ให้ส่วนลดกลับไปยังผู้ซื้อเช่นร้านเฟรนไชน์ของ Burger King เชื่อว่าได้จ่ายค่าหัวเชื้อน้ำหวานให้กับ "Coke" ในราคาโดยประมาณคือ 6.2 เหรียญฯต่อแกลลอน แต่ตอนสิ้นปีก็ได้รับส่วนลด (rebate) อย่างมากเป็นเช็คเงินสด อย่างเช่นร้าน Burger King สาขาในภาคกลางของฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯแห่งหนึ่งกล่าวว่าได้รับส่วนลดประจำปีถึง 1.45 เหรียญฯ ต่อแกลลอนหรือประมาณ 23%. 
       3. การลงทุนทางด้านโฆษณารวมทั้งอุปกรณ์ส่งเสริมการขายของน้ำอัดลม ณ.จุดขาย
       4. "Coke" หาลูกค้ากลุ่มอื่นๆ โดยใช้ช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ เช่น ร้าน McDonald's และ Burger King
       5. "Coke" บริหารจัดการลูกค้าเครื่องกดน้ำโดยใช้ เฟรนไชน์ระดับชาติของตัวเอง ผู้ซื้อเฟรนไชน์จะทำการต่อรองและทำข้อตกลงในเรื่องสิทธิขายน้ำจากเครื่องกดซึ่งในบางกรณีกับร้านเครือข่ายขนาดใหญ่
       7. "Coke" ใช้การจูงใจโดยให้ส่วนลดแก่บริษัทบรรจุขวดเพื่อให้บริษัทเหล่านี้ทำการติดตั้งตู้จ่ายน้ำอัตโนมัติ เจ้าของพื้นที่ที่ให้ทำการวางตู้จ่ายน้ำอัตโนมัติปกติก็จะได้รับค่าคอมฯ
       8. "Coke" ใช้กลยุทธ์การบริหารความสัมพันธ์กับบริษัทขายส่งวัตถุดิบของบริษัทที่มีกับบริษัทผลิตกระป๋อง "Coke" ช่วยบริษัทบรรจุขวดในการต่อรองกับบริษัทผลิตกระป๋อง เนื่องจากต้นทุนของกระป๋องมีมูลค่าประมาณ 40% ของต้นทุนทั้งหมดของสินค้าบรรจุภัณฑ์ บริษัทบรรจุขวดและบริษัทผลิตหัวเชื้อน้ำหวานจะรักษาความสัมพันธ์กับบริษัทขายส่งวัตถุดิบนี้มากกว่าหนึ่งเจ้า

มาม่า
การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค ตามหลัก 6W และ 1H
       1. ตลาดเป้าหมาย (Who) ได้แก่ นักเรียนนักศึกษา คนทำงาน พ่อบ้านแม่บ้าน จัดได้ว่าบุคคลเกือบทุกประเภทจัดเป็นตลาดเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน
       2. สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการซื้อ (What) ได้แก่ ความสะดวกในการรับประทาน รสชาติที่อร่อย ราคาที่เหมาะสม และประโยชน์ที่ได้รับจากการบริโภค
        3. ทำไมผู้บริโภคจึงซื้อ( Why) ได้แก่ ราคาถูก มีโปรโมชั่น เป็นสินค้าใหม่ที่น่าลองบริโภค และอาจได้รับคำแนะนำจากบุคคลอื่น เป็นต้น
       4. ใครมีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อ(Who) ได้แก่ ผู้ซื้อ ผู้ใช้ ผู้ริเริ่ม ผู้ตัดสินใจซื้อ ผู้ที่มีอิทธิพลต่อการซื้อ ซึ่งได้กล่าวถึงบทบาทของแต่ละบุคคลในหัวข้อข้างต้นไว้แล้ว
       5. ผู้บริโภคซื้อเมื่อใด (When) ได้แก่ เวลาหิว เวลามีเงิน เวลาไปเดินช้อปปิ้ง เป็นต้น
       6. ผู้บริโภคซื้อที่ไหน ( Where) ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของชำ
       7. ผู้บริโภคซื้ออย่างไร (How) จะประกอบไปด้วย ขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อและการประเมินผลทางเลือก เช่นเพื่อนบ้านบอกว่ามาม่ารสหมูน้ำตกอร่อยดี เราก็อยากรู้ว่าอร่อยจริงหรือไม่ก็ไปหาซื้อมารับประทานดู ถ้าหากรสชาติถูกใจก็จะได้ซื้ออีก แต่ถ้าไม่ถูกใจก็อาจเปลี่ยนไปทานรสชาติ

อ้างอิง
http://6w1h-markrting.blogspot.com/
http://kritsana8006.blogspot.com/2008/12/blog-post.html
http://coke-world.exteen.com/20080805/entry-3/page/3